เรื่องเล่าจากการเดินทาง

พิมพ์

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับด่านศุลกากรสำหรับผู้โดยสารขาเข้าที่สุวรรณภูมิ

เขียนโดย นิริน on 15 กุมภาพันธ์ 2556. Posted in เรื่องเล่าจากการเดินทาง

เจ้าหน้าที่เองต่างก็รู้ว่า สัมภาระของผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศนั้น เป็นไปแทบไม่ได้เลยที่จะมีมูลค่ารวมกันแล้วไม่เกิน 10,000 บาท แต่ด้วยความเห็นใจและเข้าใจหัวอกของคนที่เดินทางกลับเมิองไทย จึงอลุ่มอล่วยต่อผู้โดยสารตามความเหมาะสม ในบางกรณีที่เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจและเจอของที่ไม่ถูกต้องตามหลักการ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่า หากเป็นของใช้ส่วนตัวจริงๆ มีร่องรอยการใช้จริงจะไม่นำมาคำนวณมูลค่า....เลยทำให้หลายๆท่านใจผิดว่า “ของส่วนตัว ไม่ต้องเสียภาษี ให้เดินเข้าช่องเขียวทุกครั้งไป

ผู้เขียนเป็นคนไทยคนนึงที่ต้องเดินทางมาทำงานและใช้ชีวิตในประเทศเล็กๆใน ภูมิภาคตะวันออกกลางมาเป็นเวลาหลายปี และชอบเดินทางไปตามประเทศต่างๆเพื่อท่องเที่ยวและหาประสบการณ์ตามแต่โอกาสจะ อำนวย จึงอยากใช้โอกาสและพื้นที่นี้ในการเขียนเล่าเรื่องราวต่างๆที่ได้จากการเดิน ทางในมุมมองของนักเดินทางคนนึง

เรื่องเล่าครั้งนี้เกี่ยวกับด่าน ศุลกากรสำหรับผู้โดยสารขาเข้าที่สุวรรณภูมิ ผู้เขียนเชื่อว่ามีหลายท่านอาจยังไม่ทราบข้อเท็จจริงหรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับ พิธีการศุลกากร ผู้เขียนเลือกที่จะเล่าเรื่องที่สุวรรณภูมิเพราะเป็นสนามบินที่พี่น้องคนไทย ต้องใช้บริการไป-กลับบ้านเกิดเมืองนอน ทุกครั้งที่ท่านรับกระเป๋าเดินทางจากสายพานลำเลียงสัมภาระแล้ว เราจะต้องเดินผ่านด่านศุลกากร และส่วนมากจะเลือกเดินออกช่องเขียว (ช่องไม่มีของต้องสำแดง)
ตามระเบียบข้อบังคับ พิธีการศุลกากรสำหรับผู้โดยสารขาเข้า ได้ระบุไว้ว่า “ผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยและไม่มีของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้องกำกัด ให้ผ่านพิธีศุลกากรช่องตรวจสีเขียว สำหรับผู้โดยสารที่มีของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้องกำกัด หรือไม่แน่ใจว่าของที่นำเข้านั้นเป็นของดังกล่าวหรือไม่ ให้ผ่านพิธีการศุลกากรที่ช่องตรวจสีแดง หากหลีกเลี่ยงการสำแดง โดนปรับ 4 เท่าของมูลค่าของ บวกค่าภาษีและอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และของที่หลีกเลี่ยงการชำระอากรต้องถูกริบเป็นของแผ่นดิน ตามกฎหมายศุลกากร(ที่มา www.customs.go.th) ซึ่งหมายความว่าถ้ามีของต้องสำแดง แล้วผ่านไปเข้าช่องเขียว หากโดนสุ่มตรวจ เกิดเจอของกลางขึ้นมา จะโดนข้อหาหลีกเลี่ยงการสำแดงโดยเจตนา

แต่ในความเป็นจริง มีผู้โดยสารจำนวนไม่น้อยที่พกพาสิ่งของจากต่างเมือง ส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้า ประเภท Brandname , อุปกรณ์ไฮเทค หรือ ของแปลก-ยอดฮิตซึ่งส่วนใหญ่จะมีมูลค่ามาก บ้างก็หอบหิ้วมาใช้เองหรือเป็นของฝาก บ้างก็หิ้วเข้ามาขายต่อ เขาเลือกเดินผ่านช่องเขียวไป โดย(เลือกที่จะ)คิดว่า ของเหล่านั้นเป็น“ของส่วนตัวไม่ต้องเสียภาษี”และไม่อยากเสียเวลาในการสำแดงในช่องแดง

ขอบคุณภาพประกอบจาก www.customs.go.th
ผู้เขียนอยากอ้างถึง พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ว่าด้วยเรื่องของใช้ส่วนตัว (เลือกมาเฉพาะบางส่วนเท่านั้น) ดังนี้ “ของส่วนตัวที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนเองหรือที่ใช้ในวิชาชีพ และมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ เว้นแต่รถยนต์ อาวุธปืนและกระสุนปืน และเสบียง แต่สุรา ซิการ์แรตส์ ซิการ์ หรือยาเส้นซึ่งเป็นของส่วนตัวที่ผู้เดินทางนำเข้ามาพร้อมตนนั้น อธิบดีกรมศุลกากรอาจออกข้อกำหนดยกเว้นอาการ ให้ได้ตามที่เห็นสมควรเป็นแห่งๆไป แต่ต้องไม่เกินปริมาณ ดังนี้

  • บุหรี่สองร้อยมวน หรือซิการ์หรือยาเส้น อย่างละสองร้อยห้าสิบกรับ หรือหลายชนิดรวมกันมีน้ำหนักทั้งหมดสองร้อยห้าสิบกรัม แต่ทั้งนี้บุหรี่ต้องไม่เกินสองร้อยมวน
  • สุราหนึ่งลิตร

ของส่วนตัวที่ได้รับยกเว้นอาการนั้น มีหลักเกณฑ์อยู่ข้อนึงว่า “เป็นของใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพ ของใช้เองนั้น หมายความถึงของที่เจ้าของได้ใช้อยู่ อันได้แก่ของใช้ติดตัวหรือของใช้ประจำตัวของผู้ใช้นั้น สำหรับของใช้ในวิชาชีพนั้น หมายความถึงของที่จำเป็นต้องใช้ซึ่งเกี่ยวเนื่องในการประกอบวิชาชีพ ทั้งนี้ ของใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพที่จะได้รับการยกเว้นอากรนั้นต้องเป็นของที่เจ้าของนำเข้ามาใช้ มิใช่นำเข้ามาจำหน่ายจ่ายแจกหรือนำเข้ามาในลักษณะเป็นการค้า และมูลค่าไม่เกิน 10,000 บาท

ขอบคุณภาพประกอบจาก www.thaimtb.com
เนื่องจากผู้โดยสารขาเข้ามีจำนวนมาก ครั้นเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้โดยสารทุกรายมาสแกนกระเป๋าก็ไม่ได้ เสียทั้งเวลา เสียความรู้สึกกันทั้งสองฝ่าย เจ้าหน้าที่จึงต้องปฎิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง แต่การลักลอบหิ้วของมาขาย โดยทำเนียนเข้าช่องเขียวนั้นมีมากมาย เจ้าหน้าที่จึงต้องทำการสุ่มตรวจสัมภาระของผู้โดยสาร โดยจะเลือกดูจากประเทศต้นทาง โดยเฉพาะเมืองท่าทั้งหลายแหล่ที่มีสินค้าราคาถูก เช่น สิงคโปร์ เกาหลี จีน ไต้หวัน เป็นต้น บางครั้งเจ้าหน้าที่จะเรียกตรวจผู้โดยสารที่มาจาก สหรัฐอเมริกา หรือ ประเทศในแถบยุโรป หรือในบางกรณีอาจเลือกตรวจโดยสังเกตจากความผิดปกติในพฤติกรรมการแสดงออกของผู้โดยสารที่ลักลอบนำเข้าสิ่งของต้องห้าม

ในความเป็นจริงแล้ว เจ้าหน้าที่เองต่างก็รู้ว่า สัมภาระของผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศนั้น เป็นไปแทบไม่ได้เลยที่จะมีมูลค่ารวมกันแล้วไม่เกิน 10,000 บาท แต่ด้วยความเห็นใจและเข้าใจหัวอกของคนที่เดินทางกลับเมิองไทย จึงอลุ่มอล่วยต่อผู้โดยสารตามความเหมาะสม ในบางกรณีที่เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจและเจอของที่ไม่ถูกต้องตามหลักการ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่า หากเป็นของใช้ส่วนตัวจริงๆ มีร่องรอยการใช้จริงจะไม่นำมาคำนวณมูลค่า....เลยทำให้หลายๆท่านใจผิดว่า “ของส่วนตัว ไม่ต้องเสียภาษี ให้เดินเข้าช่องเขียวทุกครั้งไป

ที่เลือกเขียนเรื่องนี้เพราะ เห็นว่า การเดินทางเข้าไปในประเทศอื่นๆ ที่มีเจ้าหน้าที่กรมศุลฯตรวจตราสัมภาระอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่ กักของเพื่อทำลาย /ทิ้ง อาหารลงถังขยะแบบไม่ไว้หน้าเจ้าของที่หลีกเลี่ยงการสำแดง เจ้าของเหล่านี้ บ้างก็โดนตักเตือน บ้างก็โดนเรียกค่าปรับด้วยอัตราสูง หรือ ทำทัณฑ์บนไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจมีผลต่อการเดินทางเข้าประเทศในครั้งต่อๆไป ฯลฯ

.... เรียกง่ายๆว่า ศุลกากรไทย “ใจดี” ดังคำกล่าวที่ว่า เมืองไทย สบาย สบาย ...???.

คอมเมนต์   

 
+1 #57 ไวน์ 2559-10-28 10:58
เอาไวน์เขข้าใด้ กี่ขวดคะ
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
0 #56 นิริน 2559-05-10 12:03
อ้างอิง ปุ๋ย:
อยากทราบว่าเวลาชาวต่างชาติมาเที่ยวไทย แล้วซื้อของมาฝากเพื่อน ฝากแฟนที่อยู่ไทย มีปัญหาต้องเสียภาษีหรือไม่อย่างไรค่ะ


กฎที่ตั้งไว้ไม่ เลือกปฎิบัติสำห รับสัญชาติค่ะ
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
0 #55 ปุ๋ย 2559-05-09 22:25
อยากทราบว่าเวลา ชาวต่างชาติมาเท ี่ยวไทย แล้วซื้อของมาฝา กเพื่อน ฝากแฟนที่อยู่ไท ย มีปัญหาต้องเสีย ภาษีหรือไม่อย่า งไรค่ะ
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
0 #54 นิริน 2559-04-25 06:42
อ้างอิง แพน:
ถ้าถือหนังสือเดินทางต่างชาติ แล้วหิ้วกระเป่าแบรนเนมไปไทย จะเสียภาษีมั้ยค่ะ

จริงๆแล้ว ถ้าเป็นกฎ มันก็ไม่ได้เลือ กปฎิบัติกับหนัง สือเดินทางที่ต่ างกันค่ะ
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
0 #53 นิริน 2559-04-25 06:41
อ้างอิง แพน:
สอบถามค่ะว่ามีกระเป่าสะพายหลุยและกระเป่าตังหลุยถือเข้าเมืองไทยจะต้องเสียภาษีมั้ยค่ะ

ถ้าสะพายเข้ามา เป็นการแสดงให้เ ห็นว่าเป็นของใช ้ส่วนตัว ไม่น่าจะมีปัญหา ค่ะ แต่ถ้าเยอะมากจน เกินงาม ตามที่ทางศุลกาก รใช้คำว่า "มีพอสมควรกับฐา นะ" ก็อาจจะโดนเจ้าห น้าที่เรียกเข้า มาสอบถามได้ค่ะ
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
0 #52 นิริน 2559-04-25 06:39
อ้างอิง จุ๋ม:
อยากทราบว่า ถ้าเป็นจำพวกนัำหอมจะเอาไปได้ทั้งหมดกี่ขวดค๊ะ

ถ้าตอบในด้านศุล กากร อันนั้นขึ้นอยู่ กับมูลค่าค่ะ
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
0 #51 แพน 2559-04-22 15:23
ถ้าถือหนังสือเด ินทางต่างชาติ แล้วหิ้วกระเป่า แบรนเนมไปไทย จะเสียภาษีมั้ยค ่ะ
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
0 #50 แพน 2559-04-21 19:27
สอบถามค่ะว่ามีก ระเป่าสะพายหลุย และกระเป่าตังหล ุยถือเข้าเมืองไ ทยจะต้องเสียภาษ ีมั้ยค่ะ
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
0 #49 จุ๋ม 2559-04-03 23:48
อยากทราบว่า ถ้าเป็นจำพวกนัำ หอมจะเอาไปได้ทั ้งหมดกี่ขวดค๊ะ
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
+1 #48 นิริน 2559-03-06 07:41
อ้างอิง aa:
อยากสอบถามคะ ถ้าเราไปเรียนเมืองนอก พอปิดเทอมจะกลับไทย เวลาซื้อของฝากกลับไปไทย เราต้องเสียภาษีที่ต่างประเทศอยู่เเล้วเวลาซื้อของเพราะถือว่าเป็นเรสสิเด้นท์ของประเทศที่เราไปเรียน ไม่สามารถซื้อ tax free เหมือนคนที่มาเที่ยวได้ ถ้าตอนกลับไทย ตรงตรวจคนเข้าเมือง ถ้าเราต้องเสียภาษีเพิ่มอีก ไม่เท่ากับว่าต้องเสียภาษีตั้งสองรอบเลย มีกฎสำหรับนักเรียนต่างชาติหรือคนที่ไปทำงานเมืองนอกมั้ยคะ เช่นให้ถึง 15,000 บาท เพราะเสียภาษีมาจากเมืองนอกด้วย
ขอบคุณคะ

้่
กรณีนี้เป็นกันทุกคนค่ะ สำหรับคนไทยที่ไ ปอยู่เมืองนอกนา นๆ อย่างผู้เขียนเอ งก็เจอกับตัวเอง ประจำ ถ้าสิ่งของนั้นเ ป็นของที่มีราคา สูง หรือพวกสินค้าแบ รนด์เนม อย่างไรก็ตามเจ้ าหน้าที่มีสิทธิ ์เรียกขอดูได้ค่ ะ ให้เตรียมใบเสร้จไว้เตรียมแสดงด้วยนะคะ
เรื่องภาษีนั้น ต้องเข้าใจว่าปร ะเทศใครประเทศมั นนะคะ ไม่สามารถที่จะน ำมาเป็นเหตุผลว่ าเราจ่ายภาษีต้น ทางมาแล้ว จึงได้รับการงดเ ว้นภาษีที่ปลายท างไม่ได้ (ในกรณีที่เจ้าห น้าที่ตรวจค้นแล ้วพบว่า ของที่นำมานั้นเ ข้าข่ายต้องเสีย ภาษีนะคะ)
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

เว็บไทยต่างเเดนขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ไทยต่างแดนออนไลน์

ไทยต่างเเดนฉบับล่าสุด

หน้าปกเล่มล่าสุด

เรื่องเด่นในเล่ม

กิจกรรมพิเศษ

เหตุการณ์พิเศษ-คนพิเศษ

ข่าวชุมชนไทย

ลิงค์สำนักข่าวเเละทีวีไทย