ความอันตรายของการบริโภคปลาเเซลมอล

เขียนโดย ส. บาโร on 09 พฤศจิกายน 2556. Posted in เรียงร้อยมาเล่า


เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสดูรายการพิเศษทางทีวีช่อง France 2 ซึ่งเป็นรายการที่เเฉเรื่องราวของที่มาที่ไปของความอันตรายของปลาที่มีสารเคมีสะสมที่เป็นสาเหตุต่อการเกิดมะเร็ง (PCBs: Polychlorinated Biphenyls)

ส่วนตัวแล้วด้วยความเป็นคนไทยถูกปลูกฝังมาตลอดว่า กินปลาแล้วดี จะได้ฉลาด มีประโยชน์ต่อร่างกาย ฯลฯ จึงค่อนข้างชอบกินปลาเป็นพิเศษ เเถมยังคะยั้นคะยอให้ลูกสาวกินด้วย พอมาเจอมาเห็นข้อมูลที่รายการนำมาแฉให้เห็นจะๆแบบนี้ ก็เล่นเอาสยองเหมือนกัน ไม่รู้ว่า ตอนนี้มีสารก่อมะเร็งไปสะสมในร่างกายแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ (ฮา +เฮ้อ!!!!) ... เอาเถอะน่า... รู้ช้าก็ยังดีกว่าไม่รู้เลย??? .. ต่อไปก็คงต้องระวังเรื่องอาหารการกินให้มากขึ้น

ส่วนตัวก็ชอบดูรายการแฉแบบนี้เเละเห็นว่ารายการนี้มีประโยชน์ต่อเราผู้ซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยตรง... เลยอยากนำมาเล่าต่ออย่างย่อเผื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ยังไม่ทราบ... หากใครสนใจดูรายการนี้ สามารถหาดูได้ที่ ลิงค์นี้มีคุณchantal62940 หรือ ลิงค์นี้ที่คุณ Freiburger Charles นำสกู๊ปรายการนี้มาโหลดลงยูทูปให้ดูย้อนหลังได้ด้วย (เป็นรายการของประเทศฝรั่งเศสออกอากาศทางช่อง France 2  เมื่อวันที่ 07/11/2013 - นักข่าวใช้เวลาในการทำสกู๊ปนี้กว่า 5 เดือน )

รายการนี้ได้พาไปให้เห็นขั้นตอนการทำงานของฟาล์มปลาทั้งในเวียดนามและในนอร์เวย์ จุดสำคัญที่รายการต้องการแสดงให้เห็นคือ ทำไมปลาจึงมีสารพิษตกค้าง

รูปบน : ฟาล์มเลี้ยงปลาในเวียดนาม      รูปล่าง : การใช้สารเคมีเพื่อป้องกันเเบคทีเรียในฟาล์ม

รายการแสดงให้เห็นถึงการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายในฟาร์มเลี้ยงปลาเเซลมอลในนอร์เวย์ ผู้ร่วมรายการบอกว่าปลาที่นี้เป็นปลาที่มีสารตกค้างเเละอันตรายมากที่สุดในโลก (นอร์เวย์ส่งออกปลาเเซลมอลเป็นอันดับ1).... เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ปลาแซลมอลที่เลี้ยงตามธรรมชาติมีค่าไขมันอยู่ที่ 5-7% เท่านั้นจึงดีต่อสุขภาพ แต่ไขมันในปลาแซลมอลเลี้ยงในฟาร์มมีค่าสูงถึง 15-34% ไขมันสูงมากจนน่ากลัวเพราะอาหารเม็ดที่ใช้เลี้ยงปลา ทำให้ปลาโตไวกว่าปกติถึง 2 เท่าตัว 

ยิ่งไปกว่านั้นในฟาร์มเลี้ยงปลายังมีการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเเบคทีเรียฉีดพ่นยาในฟาร์ม สารเคมีกระจายไปทั่วในฟาร์มปลา(นานวันขึ้นสารเคมี ก็ตกตะกอนสะสมสารพิษไว้ในบ่อเลี้ยง) ปลาถูกเลี้ยงในบ่อจึงได้รับพิษสะสมไปโดยปริยาย

รูปนี้เเสดงถึงการใช้สารเคมีในฟาร์มเลี้ยงปลาในนอร์เวย์ สังเกตให้ดีว่าคนพ่นยาใส่เสื้อผ้าอุปกรณ์ป้องกันตัวเองครบชุด

เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในนอร์เวย์ได้ทำการทดสอบเพื่อเทียบว่าในอาหารชนิดไหนมีสารเคมีตกค้างมากสุด...
ปรากฎว่าผลที่ได้คือ ปลามีสารเคมีตกค้างนำโด่งจนน่ากลัว คิดแล้วมีสารเคมีมากกว่าอาหารชนิดอื่นๆถึง 5 เท่า!!!
เมื่อทำการทดลองต่อโดยให้หนูกินเนื้อสัตว์พบว่า..... หนูที่กินเเซลมอลมีปัญหาเรื่องความอ้วนเกินขนาด, เบาหวานเเละอัตราไขมันสูง
ช่วงหนึ่งของรายการ นักข่าวถามเจ้าหน้าที่ว่า คุณเลิกกินปลาเเล้วใช่ไหมตั้งเเต่ได้เห็นผลการทดลองชุดนี้? เค้าตอบว่า ใช่

กราฟเเสดงการตรวจสอบสารพิษในอาหารเเต่ละชนิด ขวาสุดคือปลาเเซลมอล (มีค่าสูงคิดเป็น 5เท่าของอาหารชนิดอื่นๆ)

รูปภาพผลการทดลองในหนู ด้านซ้ายคือหนูที่ทานเนื้อชนิดต่างๆทั้วไป รูปขวาคือหนูที่ทานปลา กรอบสีดำทีเเสดงในท้องหนูคือ ขนาดไขมัน

ต่อจากนั้น รายการได้พาไปโรงงานผลิตอาหารเม็ดในเดนมาร์ก โรงงานใช้ปลาชื่อว่า Eel Anguilla มาจาก Baltic Sea เป็นทะเลในเเถบสเเกนดิเนเวีย เป็นทะเลที่มีปัญหาเรื่องมลพิษมากที่สุดในโลก ปลาที่จับมาจากที่ Baltic Sea จึงเต็มไปด้วยสารพิษไม่สามารถนำมาบริโภคได้ เเต่โรงงานก็ยังนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นอาหารเม็ดเลี้ยงปลาเเทน...
พนักงานบอกว่า ที่ใช้ปลาชนิดนี้เพราะมีไขมันสูงและให้น้ำมันมาก

ในขั้นตอนการผลิตอาหารปลา จะมีขั้นตอนที่มีการเพิ่มสารเคมีเข้าไปด้วย (นักข่าวพยายามถามพนักงานในโรงงานว่าทำไมต้องใส่สารเคมีชนิดนี้ลงไป (สังเกตให้ดีว่าที่สารเคมีมีสัญลักษณ์ กากบาทเเสดงว่าเป็นสารเคมีอันตราย) พนักงานตอบกลับว่า ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคืออะไรแต่มันอยู่ในขั้นตอนการผลิตที่ต้องปฎิบัติตาม)
สรุปได้ว่า อาหารเม็ดที่ผลิตออกมาจึงเต็มไปด้วยสารพิษที่สะสมในตัวปลา Eel Anguilla เเละสารเคมีในขั้นตอนการผลิด

รูปบน : ปลา Eel Anguilla ที่ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเม็ด  รูปล่าง : สารเคมีที่ต้องเพิ่มเข้าไปในการผลิต


พอปลากินอาหารเม็ด สารพิษก็ไปสะสมในตัวปลา คนเอาปลามากิน คนก็รับสารเคมีเข้าไปสะสมพิษไว้ในร่างกาย นานวันเข้าก็กลายเป็นโรคต่างๆ เเละมะเร็ง
นักวิจัยในนอร์เวย์ได้ทำวิจัยและพบปัญหาเรื่องนี้แต่ไม่กล้าเผยเเพร่ผลการวิจัยต่อสู่สาธาณชน ถามว่าเพราะอะไร?? .... นักวิจัยไม่ยอมเปิดเผยถึงเหตุผลต่อหน้ากล้อง

แต่รายการบอกเป็นนัยๆว่า เพราะเรื่องปลาเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับนอร์เวย์ มีผลประโยชน์เรื่องปลาค้ำคออยู่  รัฐมนตรีหญิงในนอร์เวย์ (กรมประมง)รู้เรื่องสารพิษแต่ไม่ยอมพูดและหลีกเลี่ยงที่จะพูดเรื่องความอันตรายของปลาต่อสาธารณชน .....

นักข่าวได้ทำการขุดคุ้ยประวัติเเละเฉลยให้รู้ว่า รัฐมนตรีคนนี้ได้รับผลประโยชน์มหาศาลจากการขายปลา  เธอเเละญาติมีหุ้นในหลายโรงงาน .... หากบอกความจริงเรื่องปลาไปเเล้วธุรกิจก็จะได้รับผลกระทบ เธอจึงเลือกที่จะไม่พูดเเละขายต่อไป...ได้เงินเข้ากระเป๋าต่อไป.....


สภาพปลาที่ได้รับสารพิษเเล้วเกิดการเปลี่ยนเเปลงยีนส์เเละสภาพ จนกลายเป็นปลาปากอ้าตลอดเวลา-ไม่สามารถงับปากได้ เเต่ผู้บริโภคไม่เคยได้เห็นภาพเหล่านี้ เพราะปลาถูกตัดหัวออกก่อนนำมาขายตามร้านค้าต่างๆ

ตอนท้ายของรายการสรุปว่า ในสมัยก่อนเราได้มีการณรงค์ให้เด็กกินปลาเยอะๆ เพราะไขมันต่ำ ย่อยง่าย มีประโยชน์ต่อสมอง แต่ในสภาพปัญหาที่เห็นจากสกู๊ปที่รายการนี้นำมาเสนอทั้งหมด จึงขอแนะนำว่า ให้

- ทานปลาไม่เกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์สำหรับบุคคลปกติ  เเต่ถ้าเป็นปลาที่มีไขมันเยอะๆ (ความเสี่ยงจะสูง) ให้ทานแค่ 1ครั้งต่อสัปดาห์

- เด็กต่ำกว่า 3 ขวบและผู้สูงอายุ ควรทานปลาไม่เกิน 1 ครั้ง ต่อเดือน


รายการนี้ยังเเนะนำการเลือกทานปลา ว่าควรเลือกปลาที่มีไขมันน้อยและหลีกเลี่ยงการบริโภคปลาที่ตัวโตๆ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า ปลาที่มีขนาดตัวโตๆมีสารพิษสะสมมากกว่าปลาตัวเล็กๆหลายตัวรวมกันที่น้ำหนัก 1 กิโลกรัมเท่ากัน

การบริโภคปลาที่เลี้ยงในฟาร์ม(เพื่อขายต่อ)จึงมีความเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษสูงมาก ... ปัญหาคือ เราจะรู้ได้ไงว่าปลาที่เราซื้อนั้นมาจากไหน? เเละจะเชื่อถือฉลากที่กำกับมาได้มากน้อยเเค่ไหน? ... ปลาที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงเเค่ปลาสด ยังรวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารชนิดต่างๆที่มีเนื้อปลาเป็นส่วนผสมด้วย

รูปเเสดงเศษชิ้นส่วนของปลาที่เหลือจากโรงงานหลังถูกตัดเนื้อออกเเล้ว เเละเศษปลาเหล่านี้ถูกขายถูกๆให้โรงงานอื่นไปทำผลิตภัณฑ์อาหารชนิดอื่นๆ
ส่วนหนึ่งของรายการได้พาไปโรงงานที่ทำผลิตภัณฑ์อาหารเเช่เเข็งที่มาจากปลา โรงงานใช้เศษชิ้นส่วนที่เหลือจากการตัดเนื้อปลาออกมาบดรวมกันโดยไม่เเยกส่วนว่า เป็นก้าง เป็นหัว เป็นหนัง หรือเเม้เเต่ชิ้นส่วนอื่นๆที่ต้องเเยกทิ้งก็เอามาบดใช้ .... !!!

ส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่ถูกตรวจสอบเเละพบว่า ฉลากที่กำกับบนกล่องไม่ตรงกับส่วนผสมจริง 


ขอบคุณภาพประกอบจากยูทูป (ก๊อบรูปมาจากบางช่วงของรายการในยูทูป)เเละจากกูเกิ้ล
Merci beaucoup Mme Chantal & M. Freiburger Charles pour partager ces infos.

คอมเมนต์   

 
+1 #15 sadmin 2558-05-04 13:24
สวัสดีค่ะ คุณ Mr.x

เรื่องอย่างนี้ ก็ นานาจิตตัง เเล้วเเต่มุมที่ คนจะมอง ;)

คนที่ไม่มีสิทธิ์เลือก จะด้วยความยากจน อะไรก็เเล้วเเต่ ก็จำเป็นต้องกิน ตามสภาพที่ตัวเอ งมี ... เพราะเค้าไม่มีส ิทธิ์เลือก เค้าจำเป็นต้อง กินเพื่ออยู่

ส่วน คน(บางคน)ที่เลื อกกิน คือคนที่โชคดีเพ ราะเค้ามีสิทธิ์ ที่จะเลือก- เลือกซื้อ เลือกของที่จะเอ าเข้าปาก เพราะเงินที่ซื้ อกิน เป็นเงินที่ได้ม าจากน้ำพักน้ำเเ รง หาเงินมาได้ ก็ซื้อกินไป ... คนจำพวกนี้จึงมี สิทธิ์ที่จะอยู่ เพื่อกิน(ถ้าเค้ าต้องการ)เลือกท ี่จะกิน

นั้นคือสาเหตุที ่ทำให้ มีสินค้า/อาหารช นิดเดียวกัน ถูกผลิตมาขายในร ูปเเบบที่ต่างกั น เเบรนด์ต่างกัน ขนาดต่างกัน ราคาก็ต่างกัน ..เพราะเค้าทำออ กมาขายเพื่อให้ค นเลือกซื้อ ..

การคิดให้เยอะ หรือคิดให้มากเร ื่องกิน ไม่ได้หมายถึงกา รอยู่ให้นาน-อาย ุให้ยืนเท่านั้น มันมีปัจจัยอย่า งอื่นเเละเหตุผล ที่ต้องคิดร่วมด ้วย

ยกตัวอย่างง่ายๆ สำหรับคนที่มีคร อบครัว ... เช่น ถ้านาย ก มีครอบครัว เเล้ว นาย ก เกิดอายุสั้น เพราะกินดะ กินไม่เลือก เป็นโรคที่ทำให้ อายุสั้นลง/มะเร ็ง เสียชีวิตตั้งเเ ต่ลูกยังไม่โต ทิ้งครอบครัวไว้ ให้รับชะตากรรมห รือเป็นภาระสังค ม ..

คุณคิดว่า นาย ก ควรคิดให้เยอะ - คิดให้มาก หรือเปล่า??
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
-1 #14 Mr.x 2558-05-04 08:21
จำนวนคนอดอาหารตายมีมากขึ้นเรื่อยๆทุกๆวัน
คนที่มีให้กิน แต่ไม่เคยได้กิน อิ่ม มีแค่พอได้กินก็ มีอีกมากครับ

ส่วนคนมีอาหารให ้กินมากไป ก็ห่วงเรื่องสาร ตกค้าง บางอย่างก็ตัดๆซ ะบ้าง
อย่าอายุยืนมากเ ลย ถ้าชีวิตคิดแต่เ รื่องกิน ตายไปซะจะได้ไม่ ต้องคิดมากครับ
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
+1 #13 เณ 2558-05-03 19:07
แซลมอนนอว์เวย์ท ั้งแพงทั้งมีพิษ เยอะด้วย สงสัยต้องเลิกกิ น มากินปลาทูแม่กล องแทน
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
-1 #12 sadmin 2558-05-03 13:34
+++ ข้อความชีเเจงจา กผู้เขียนบทความ ผ่านเฟสบุ๊ค +++

รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
0 #11 sadmin 2558-05-03 10:31
สวัสดีค่ะ คุณTom

capsoquin คงจะมีหลากหลายห ลายชนิด เเต่ capsoquin liquid ethixyquin ที่โชว์ในรูปในบ ทความนี้ คำว่า ethixyquin เป็นสารพิษและถู กห้ามใช้ในสหภาพ ยุโรป แต่ก็ยังคงถูกนำ มาใช้เป็นสารกัน บูดอาหาร เพื่อป้องกันกลิ ่นหืนของส่วนผสม ในอาหารสัตว์ที่ ใช้ในการเลี้ยงป ลาฟาร์ม

เเม้จะไม่คำสั่ง ห้ามใช้ในการผลิ ดอาหารปลา เเต่ก็ไม่ได้หมา ยความว่าไม่อันต ราย? เเละเมื่อเค้าตร วจพบว่ามีอันตรา การใช้สารนี้สูง ความเสี่ยงในการ รับสารพิษก็สูงไ ปด้วย .....

บทความนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ชี้ให้เลิกกินปลา เเต่ให้ระวัง เลือกซื้ออาหารท ี่มีความเสี่ยงน ้อยลง อนึ่งเราในฐานะผ ู้บริโภคไม่มีทา งรู้เรื่องพวกนี ้ ถ้าไม่มีสื่อเอก ชนเอาข้อมูลมาเผ ยเเพร่

อย่างที่มีคนกล่ าวไว้ โลกนี้อยู่ยากขึ ่นทุกวัน จะกินอะไรก็มีพิ ษทั้งนั้น เเต่การที่คุณได ้รู้ว่า กินแาหารเเบบนี้ มีพิษ คุณจะกินให้มากข ึ้นหรือเลี่ยงที ่จะทานให้น้อยลง ?

ข้อมูลอ้างอิงตา มด้านล่างค่ะ
amalfiingredients.com/.../...
www.europarl.europa.eu/.../EN
www.nmf.no/.../
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
+1 #10 Tom 2558-05-03 06:50
สาร Capsoquin เหมือนใช่กับทำห ัวอาหารสัตว์อื่ นๆ ด้วยนะครับคิดว่าไม่ใช่สารพิษแต่อย่างใด

www.itpsa.com/.../antioxidants

philchema.com/.../...
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
0 #9 sadmin 2558-05-02 09:54
อาเมน ;-)

อ้างอิง proz:
มโนล้วนๆ

อ้างอิง บลู:
ข่าวเก่าเล่าใหม่ มโนได้อีก
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
-1 #8 บลู 2558-05-02 07:22
ข่าวเก่าเล่าใหม ่ มโนได้อีก
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
-3 #7 proz 2558-05-02 03:27
มโนล้วนๆ
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 
 
+1 #6 sadmin 2558-05-01 18:38
ข่าวนี้ถูกเผยเเ พร่ในฝรั่งเศส ..เเหล่งข่าวเเละข้อมูลทั้งหมดจะอิงโซนยุโรปเป็นหลัก

โลกตั้งกว้างใหญ่ ปัญหาคล้ายกันอา จไม่ได้มาจากสาเ หตุเดียวกัน ... โซนใคร โซนมัน :) ;)
รายงานไปยังผู้ดูแลระบบ
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

เว็บไทยต่างเเดนขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ไทยต่างแดนออนไลน์

ไทยต่างเเดนฉบับล่าสุด

หน้าปกเล่มล่าสุด

เรื่องเด่นในเล่ม

กิจกรรมพิเศษ

เหตุการณ์พิเศษ-คนพิเศษ

ข่าวชุมชนไทย

ลิงค์สำนักข่าวเเละทีวีไทย